ความหลอน.. สร้างได้ด้วย”เสียง”

4 มค.

ความหลอน.. สร้างได้ด้วย”เสียง”


โพสต์โดย Admin


จำได้มั้ย เวลาที่คุณกำลังอยู่ในช่วงกลัวสุดๆ ระหว่างดูหนังผี คุณทำอย่างไรบ้าง?  แน่นอนว่าปฏิกิริยาแรกๆ คงหนีไม่พ้นการปิดตา (หรือคลุมโปง!) และอุดหู เพราะการที่จะทำหนังระทึกขวัญให้ “ระทึก” จริงๆ นั้น นอกเหนือจากบทที่แข็งแรงและการออกแบบภาพที่ชวนติดตามแล้ว “เสียง” คืออีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ทำหน้าที่เล่าเรื่องและกระตุ้นความรู้สึกต่างๆ รวมไปถึงเสกความ “จริง” ให้กับเนื้อเรื่องอีกด้วย 
Example blog post alt

จำได้มั้ย เวลาที่คุณกำลังอยู่ในช่วงกลัวสุดๆ ระหว่างดูหนังผี คุณทำอย่างไรบ้าง? 

แน่นอนว่าปฏิกิริยาแรกๆ คงหนีไม่พ้นการปิดตา (หรือคลุมโปง!) และอุดหู เพราะการที่จะทำหนังระทึกขวัญให้ “ระทึก” จริงๆ นั้น นอกเหนือจากบทที่แข็งแรงและการออกแบบภาพที่ชวนติดตามแล้ว “เสียง” คืออีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ทำหน้าที่เล่าเรื่องและกระตุ้นความรู้สึกต่างๆ รวมไปถึงเสกความ “จริง” ให้กับเนื้อเรื่องอีกด้วย 

และสำหรับเรื่อง เพื่อน..ที่ระลึก ทีม Kantana Sound Studio ก็เข้ามารับหน้าที่ดูแลในเรื่องของเสียง โดยมีพี่เบส-นฤเบศ เปี่ยมใย รับหน้าที่เป็น Re-recording Mixer และ Sound Designer ซึ่งเป็นเหมือนพ่อมดที่มาพร้อมกับกลมากมายคอยหลอกล่อให้เราติดกับหลงไปในโลกบนจอพร้อมกับลำโพงแบบ surround sound 

ก็เหมือนกับนักมายากล การที่จะเล่นกลให้เนียนก็ต้องอาศัยความละเมียด ละเอียด และช่างสังเกต พี่เบสใช้กลอะไรในหนังเรื่องนี้บ้างนั้น ดูได้จากอัลบั้มนี้เลย

#เพื่อนที่ระลึก
#ThePromise

----

“พูดอีกที พูดอีกที พูดอีกทีได้หรือเปล่า กับการปั้นแต่งเสียงไดอะล็อค”

พี่เบส : สำหรับงานไดอะล็อค จะมี Dialogue Editor ช่วยคลีนเอาเสียงรบกวนออกให้มันเป็นเสียงไดอะล็อคอย่างเดียวฟังง่าย บางส่วนที่จะต้องเอามาแก้ใหม่จะเป็นอะไรที่ฟังไม่ชัด ว่าเค้ามึมมัมพูดว่าอะไร หรือในกรณีที่ไดอะล็อคมีเสียงที่เราไม่ต้องการ อย่างเช่น หนังที่เกิดในยุค 2540 ก็ต้องคุมให้เข้ากับยุค ไม่ให้มันมีเสียงโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเข้ามาแทรกระหว่างประโยคพูด ถ้าเกิดมีก็ต้องพากย์ใหม่ หรือบางทีผู้กำกับต้องการเปลี่ยนไดอะล็อค อย่างถ้านักแสดงพูดมาแล้วมันไม่เข้ากับเรื่อง ต้องการแก้บทให้ตัวละครพูดอีกแบบนึง อันนั้นก็ต้องพากย์ใหม่

#เพื่อนที่ระลึก
#ThePromise

----

พี่เบส : หน้าที่ของเราในฐานะ sound designer ต้องมาแต่งเสียงต่างๆ ให้น่าเชื่อมากยิ่งขึ้น อย่างซีนที่คุยกับเพื่อนในจอคอมพิวเตอร์ เสียงของเพื่อนตอนแรกก็จะอัดมาปกติเข้าไมโครโฟน แต่เสียงจะเข้าขั้นตอน post production โดยการทำให้เป็นเสียงที่เหมือนอยู่ในคอมพิวเตอร์ เพื่อให้มันเหมือนมาจากแหล่งต่างๆ ที่ไม่เหมือนกัน หรือเพลงที่เป็นบรรยากาศของหนังเองก็เหมือนกัน เพลงจากคาราโอเกะตอนที่บุ๋มเข้าไปหาคุณพ่อที่ร้านอาหาร เพลงที่เราได้มาจริงๆ ก็เหมือนเพลง mp3 ทั่วไป แต่เราก็ต้องมาแต่งเนื้อเสียงทำให้มันเหมือนว่ามันถูกเล่นอยู่ในร้านอาหาร เพิ่มความก้องของห้อง ไดอะล็อคในตึกร้างก็เหมือนกัน ส่วนนี้ถูกปรับแต่งเพิ่มให้เวลาพูด เสียงมันก้องขึ้นและลึกขึ้น 

#เพื่อนที่ระลึก
#ThePromise
----

พี่เบส : ถ้าต้องมีการแก้ไขส่วนของ dialogue ก็ต้องเพิ่ม Automated Dialogue Replacement (ADR) หรือการพากย์ทับ อย่างเรื่องนี้ก็ถือว่าต้องแก้เยอะอยู่ เพราะมันมีเสียงรถและเสียงฝน โดยเฉพาะในฉากที่อยู่ในคอนเทนเนอร์และฝนตกด้วย อันนั้นต้องถูกรื้อเลย เพราะทุกไดอะล็อกมันจะมีเสียงฝกตกติดมาด้วย ซึ่งถึงแม้มันติดเสียงฝนอยู่ทุกประโยคก็จริง แต่เสียงฝนมันไม่นิ่ง แต่ละคัทถูกถ่ายมาในเวลาที่ต่างกัน ฝนมันตกไม่เท่ากัน พอเอามาตัดต่อวางเสียงดูมันกระโดดไปมา วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือให้นักแสดงมาพากย์ใหม่ แล้วเราก็สร้างบรรยากาศนั้นขึ้นมาใหม่อีกที 

#เพื่อนที่ระลึก
#ThePromise

----

“ควบคุมเสียง เพื่อความสมจริงที่สุด” 

พี่เบส : ต้องเข้าใจก่อนว่าเสียงที่ได้มาจากกองถ่ายมันคือเสียงที่ติดอยู่ที่นักแสดงหรือจากไมค์บูมแค่นั้นซึ่งเป็นเสียง mono เสียงหลักๆ ที่เราต้องการจากกองถ่ายคือเสียงไดอะล็อคที่ชัดเจนที่สุด เสียงอื่นๆมันไม่มีให้เรา ทุกเรื่องไม่ว่าจะแนวไหน อยากได้เสียงอะไรเราก็สร้างมันขึ้นมา แม้แต่ฉากก่อสร้างของตึกเอง เสียงบรรยากาศหรือเสียงตอกเคาะต่างๆ มันคือการสร้างขึ้นมาใหม่ เราจะมีเสียงที่อัดขึ้นใหม่เลยสำหรับเรื่องนี้อยู่ อย่างซีนฝนตกที่คอนโดบุ๋ม (บี น้ำทิพย์) พวกนี้เราอัดเองที่บ้านเลย ก็เอา recorder เนี่ยไปอัดในมุมที่ต่างกันไป แล้วไปสร้างเป็น layer ของเสียง 

สำหรับหนังผีในความคิดเรา เสียงมันต้องควบคุมได้ระดับนึงเลยทีเดียว คือถ้าใช้จาก production จริงๆ เนี่ย เราไม่สามารถที่จะควบคุมบรรยากาศหรือว่าเสียงอื่นๆ ได้อย่างละเอียด เรื่องนี้เราจะเล่นกับบรรยากาศค่อนข้างเยอะ จากที่บิ้วมาตื่นเต้นอยู่ดีๆ แล้วเริ่มมาเงียบขึ้นเรื่อยๆ จนเงียบ อย่างซีนที่บุ๋มอยู่ในลานจอดรถ ถ้าสังเกตดีๆ ตรงนั้นจะไม่มีเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงหายใจของเค้า ผู้กำกับกับคนตัดต่อค่อนข้างอยากเล่นกับเสียงบรรยากาศ หลายๆ อย่างจึงต้องค่อยๆ ลงทีละระดับๆ จนไม่มีอะไร ดังนั้นเราก็ต้องควบคุมเสียงได้ บรรยากาศเหล่านี้เลยต้องถูกสร้างขึ้นมาใหม่

แม้กระทั่งเสียงหายใจก็ต้องให้นักแสดงมาพากย์ใหม่ เรื่องนี้เรามีน้องที่เป็น ADR Editor รับหน้าที่เป็นโค้ชคอยบอกว่าตรงนี้ควรเป็นแบบไหนหลังจากที่เราบรีฟเค้าไปว่าแต่ละซีนควรเป็นแบบไหน ตอนที่เราอัดก็จะเปิดภาพให้นักแสดงดู โชคดีที่นักแสดงเรื่องนี้ยังไม่ลืมความรู้สึก เพราะเวลาไม่ห่างจากตอนถ่ายทำกับตอนทำ post production และนักแสดงก็เก่งมาก ต้องยอมรับว่าเค้ากลับมาพากย์เสียงใหม่ได้ค่อนข้างใกล้เคียงกับต้นฉบับในวันที่เค้าถ่ายจริง 

#เพื่อนที่ระลึก
#ThePromise

---

“สร้างเสียงใหม่ ใช้ Foley” 

*จุดสังเกตการใช้ Foley  before และ after
- เสียงไฟที่ชัดขึ้น
- เสียงพูดที่ชัดเจนขึ้น ไม่มีเสียงรถยนต์รบกวนเหมือนใน footage แรก


พี่เบส : เสียง Foley หรือพวกเสียงประกอบต่างๆ อย่างเสียงเท้าในฉากเดิน แม้กระทั่งเสียงผ้า เสียงขยับ เสียงมือจับสิ่งของต่างๆ นี่คือทำใหม่หมด ไม่ได้ใช้ของจริงเลย แล้วก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้อง mix เสียงใหม่หมด เพื่อที่จะให้เข้ากับบรรยากาศและไดอะล็อค 

อย่างเสียงน้ำแข็งในแก้วน้ำส้ม คือทุกคนรวมทั้งตัวเราด้วยจะคิดว่ามันมาจากเสียงน้ำแข็งใส่แก้วแล้วเขย่า แต่พอเราลงไปหาทีม Foley ให้เค้าทำให้ดู เค้าจะเอาไฟแช็คใส่แก้วแทน อันนี้ลองเล่นดูได้นะ มันจะเป็นเสียงเหมือนน้ำแข็งอยู่ในแก้วจริงๆ 

มีอีกตัวอย่างคือซีนที่แม่บุ๋มคุยกับลูกที่ระเบียงแล้วก็มีการจุดไฟด้วย ทางทีม Foley ก็ทำเสียงไฟที่ดังกร็อบแกร็บ จริงๆ แล้วมันก็มาจากเสียงใบไม้แห้งที่เราค่อยๆ บีบ ไม่ใช่ไฟจริงๆ 

โดยเนื้องานเราจะเป็นคนบอกเองว่าชิ้นงานไหนต้องทำใหม่ในรูปแบบไหนแล้วส่งต่อให้ทีมต่างๆ แล้วก็จะเป็นหน้าที่เราที่จะ mix เสียงให้เข้ากับเนื้อหนัง ถ้าเป็นเสียงเดิน ทีม Foley เค้าก็จะทำเองโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว เพราะเค้าจะต้องดูว่าพื้นที่มันเป็นประเภทไหน รองเท้าอะไร ทีมจะพยายามจับคู่กันให้ได้ใกล้เคียงที่สุด แม้แต่ตอนที่เสื้อผ้าขยับพร้อมกับการเดินและการเคลื่อนไหวของกระเป๋า ก็ต้องเสริมเข้าไปด้วย พอมันอยู่ด้วยกันก็ต้องให้คนดูเชื่อว่ามันมาจากกล้องที่เค้าถ่าย แต่จริงๆ ไม่เลย เสียงเหล่านี้ทำใหม่หมด งานเหล่านี้จึงค่อนข้างละเอียดมากๆ 

เรื่องการทำเสียง Foley นี่เป็นประสบการณ์ล้วนๆ เลยนะ พอทำเยอะๆ เข้า เราจะรู้ว่าแบบนี้ต้องใช้วัสดุอะไรถึงจะเลียนแบบเสียงนี้ได้ ทุกคนมาเรียนรู้กันตอนทำงานเนี่ยแหละ จะมีน้าๆ ที่เค้าทำมาเป็นยี่สิบปีอยู่ที่นี่ (Kantana Sound Studio) คอยสอนรุ่นใหม่ๆ อยู่

#เพื่อนที่ระลึก
#ThePromise

---

“เสียงที่ไม่อยู่ในสตูดิโอ Sound Effect”

*จุดสังเกตการใช้ sound effect ระหว่าง before และ after
- เสียง ADR บทพูดที่ต่างกัน
- เสียงเครื่องรถยนต์
- การขยับร่างกายของบุ๋มระหว่างออกจากรถ
- เสียงล็อครถ
- เสียงเดินในที่จอดรถ
- โบนัส! แอบมีการใช้ CG ในช็อตนี้ด้วยนะ ;)


พี่เบส : ส่วนของ Sound Effect จะเป็นพวกแบบกุญแจรถหรือเสียงเครื่องยนต์ ของจริงเค้าไม่ได้อัดมาให้เรา sound effect ช่วยเล่าอะไรหลายๆ อย่าง มันจะต่างจาก foley ตรงที่ foley เป็นอะไรที่ค่อนข้างเหมือนจริง คืออย่างเสียงผ้าม่านรัดๆ เนี่ยความจริงมันไม่มีเสียงชัดขนาดนั้น sound effect เข้ามาอีกชั้นนึงเพื่อช่วยเสริมให้มันดูรัดแน่น เพิ่มบรรยากาศให้ตึงเครียดมากยิ่งขึ้น 

สำหรับเรา sound effect มันเป็นอะไรที่ไม่สามารถอัดได้ในสตูดิโอ เราไม่สามารถเอารถทั้งคันมาอยู่ในสตูดิโอได้ อาจจะต้องไปอัดข้างนอกหารถยี่ห้อนั้นๆ  อย่างเสียงของรถบุ๋ม เราก็ต้องศึกษาว่าต้องล็อคกับปลดล็อคเนี่ยมันเป็นเสียงยังไง ดีเทลพวกนี้เราต้องมองของจริง เดี๋ยวเจ้าของแบรนด์เค้าจะไม่พอใจเอา 

#เพื่อนที่ระลึก
#ThePromise

----

“ขยี้ให้หนัก ใช้ Sound Design”

พี่เบส : Sound Design จะทำให้หนังนั้นดูสนุกขึ้น พวกเสียงที่กระตุ้นให้เราตกใจ หรือเสียงบรรยากาศหลอนๆ พวกเสียงต่ำๆ ที่คลอไปกับภาพ จะช่วยให้บรรยากาศดูน่ากลัวขึ้น ในเรื่องของจังหวะในการใส่ทางผู้กำกับและคนตัดต่อเค้าค่อนข้างไกด์มาแล้วล่ะว่ามันต้องมีตรงไหนบ้าง แต่เรื่องว่าเสียงควรจะเป็นยังไงนั้นเราจะเป็นคนลองหา sound ใหม่ๆเข้ามาให้เข้ากับภาพ 

ทางคนตัดต่อเค้าจะใส่มาให้เป็นไกด์ตั้งแต่เวอร์ชั่นแรกๆ อยู่แล้ว สิ่งที่เราทำได้คือต้องทำให้ดีกว่า ให้คนดูจริงสนุกกว่าในเวอร์ชั่นไกด์ ส่วนพวก transition ที่เสริมให้ดูน่ากลัวยิ่งขึ้น จะเป็นเราที่เสนอเค้า ถ้าถูกเลือกก็จะอยู่ในหนัง แต่บางทีถ้ามันเยอะเกินผิดทิศทางก็จะถูกปิดลง ตอนแรกวางไว้เยอะมาก แต่เรื่องนี้จะเน้นบรรยากาศซะเป็นส่วนใหญ่ เสียงเพลงบางทีมันก็ไม่จำเป็น ให้บรรยากาศมันหลอนไปเองก็ทำงานในตัวของมันพอแล้ว 

ซีนลูกแก้วเนี่ยตอนแรกจะมี score คลอมาตลอดเลย แต่ฟังดูหลายๆ ครั้งก็รู้สึกว่ามันเยอะไป เพลงมันต่อเนื่องจนไม่รู้สึกอะไร เลยตัดสินใจที่จะปิดเพลงให้ผู้กำกับเขาลองฟังดูว่ารู้สึกดีขึ้นรึเปล่า เสียงลูกแก้วและไดอะล็อคมันน่ากลัวอยู่แล้ว ก็เลยถูกตัดออกเหลือแต่จังหวะกลองที่ทำให้คนดูยังรู้สึกถึงความน่ากลัวของบรรยากาศ สุดท้ายจะเหลือเพลงที่มีตอนแรกแบบไล่ระดับความตึงเครียดแล้วลดลงจนไม่เหลืออะไรเลย เพื่อที่จะรอใส่จังหวะตกใจให้มัน impact ที่สุด

#เพื่อนที่ระลึก
#ThePromise

----

“หลอนด้วยเสียง”

พี่เบส : ด้วยความที่เป็นหนังผีแบบใหม่ที่ไม่ได้เห็นผีเต็มๆ มันก็ค่อนข้างกดดันที่จะทำให้มันน่ากลัว มันจะไปหนักตรงที่เราต้องสร้างบรรยากาศให้มันน่ากลัวด้วยตัวของมันเอง แต่เสียงที่ช่วยสร้างความตกใจมันก็ต้องมีอยู่  รวมกับที่เราได้ score มาช่วยบิ้วความลุ้นระทึกตรงนี้ ต้องเอาให้แน่ใจว่าแต่ละองค์ประกอบที่เรามีมันอยู่ถูกที่ถูกทาง เสียงมันมีผลต่อความกลัว สำคัญที่เสียง 50% และภาพ 50% เลย 

#เพื่อนที่ระลึก
#ThePromise

----

“จาก “ฉลาดเกมส์โกง” สู่ “เพื่อน..ที่ระลึก””

ฉลาดเกมส์โกงมันเป็นหนังที่ภาพมันไว เค้าตัดฉึบฉับทั้งเรื่อง องค์ประกอบของเสียงเลยเยอะกว่า เพราะภาพอย่างเดียวมันไม่ทำให้คนดูรู้สึกได้ถึงความตัดไวเสียงเป็นตัวช่วยด้วย พวกซูมเข้าซูมออก เรื่องนั้นจะไปยากในส่วนของ Sound Design 

“เพื่อน.. ที่ระลึก” จะยากในส่วนของ Ambient Sound และ Foley ที่ต้องทำให้ดูเหมือนจริงเพราะมันเป็นหนังผี ถ้าฟังดูหลอกมันก็จะดูหลอกไปหมดเลย มันต้องสร้างความเชื่อให้กับคนดู 

#เพื่อนที่ระลึก
#ThePromise

-----

“มืดไม่กลัว ลืมปิดแทร็คสยองกว่า”

พี่เบส : ทำหนังเรื่องนี้ก็มีบ้างที่กลัว บางคืนทำงานอยู่คนเดียวจนถึงตีสาม ได้ยินเสียงคนปิดไฟ ปิดประตู ช่วงนั้นแหละที่เรารู้สึกว่า เอาแล้ว.. เสียงทุกเสียงที่เราใส่ไปเริ่มน่ากลัวแล้ว เราก็จะเปิดไฟให้สว่างขึ้น จนไม่ไหวก็ต้องพักกลับบ้านก่อน แล้วค่อยมาเริ่มวันถัดไปเช้าหน่อย หรือตอนที่เราปรับแต่งเสียงไดอะล็อค พอเล่นไปซักพักก็มีเสียง “ตึ้ง!!” คือมันเป็นเสียง Effect ที่เราวางไว้แล้วลืมเพราะไม่ได้โฟกัสกับตรงนั้น มาทีนี่ขนลุกเลย ส่วนมากเราก็เลยจะปิดแทร็คของ Sound Design ก่อน พวกเสียงหึ่งต่ำๆ เนี่ยแหละ มันคอยบิ้วตลอดเวลาโดยที่เราไม่รู้ตัว หนังผีนี่ก็ใช่ว่าเราจะแข็งแกร่งได้ตลอดเวลา (หัวเราะ)

#เพื่อนที่ระลึก
#ThePromise

-----

“ครูพักลักจำ เรียนรู้มากสุดจากการทำงาน”

พี่เบส : เราเรียนเพิ่มเติมด้าน music recording ที่อเมริกามา คือเป็นคนสนใจด้านเสียง แต่ตอนนั้นมุ่งไปทางดนตรีซะเป็นส่วนใหญ่ พอกลับมางานด้านนี้มันยังไม่ค่อยมี แต่เรามีความรู้ด้านโปรแกรมก็เลยได้มาทำที่นี่ ความรู้ทางด้านดนตรีมันเอามาใช้ได้ส่วนนึง แต่ส่วนใหญ่แล้วเรื่องของดีเทลก็มาเริ่มใหม่ เรามาจากโลกที่เป็น stereo ลำโพงซ้ายขวา แต่พอมาอยู่ใน post production มันคือ surround sound แล้ว คือลำโพงมันเยอะมาก เราก็เริ่มมาจาก sound editor เนี่ยแหละ ทำงานเล็กๆ น้อยๆ เรียนรู้มาเรื่อยๆ จนได้ลองอะไรมาเยอะก็เลยได้รับโอกาสขึ้นมาดูแลโปรเจกต์ใหญ่ๆ 

เสียงที่เราเห็นบนภาพมันมีความละเอียดเยอะ ถ้าเพลงมันก็จะละเอียดในเรื่องของคุณภาพ การอัดเสียงและเครื่องดนตรี แต่สำหรับหนังมันเป็นเรื่องเสียงที่เราควรเลือกใส่ ต้องตัดใจให้ได้ เพราะทุกเสียงมันดีหมดเลย เสียงโคมไฟ เสียงแก้ว เสียงบรรยากาศด้านนอก ซึ่งบางครั้งทุกเสียงมันจะอยู่พร้อมกันไม่ได้ เราต้องมองให้ออกว่าซีนนี้เราต้องการ “แค่” อะไร อะไรที่เล่าเรื่อง ตรงนี้แหละที่มันต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างหนังกับเพลง 

#เพื่อนที่ระลึก
#ThePromise

-----

“ลืมทุกอย่าง แล้วสนุกกับหนังอย่างเต็มที่”

พี่เบส : เราอยากให้คนไทยเปิดโอกาสให้กับหนังผีไทย อย่าไปคิดว่ามันจำเจซ้ำซากหรือเราจะต้องเดาได้ อยากให้ทุกคนสนุกไปกับสิ่งที่คนทำงานเสนอ เราเช่ือเลยว่าคนทำงานทุกคนก็อยากให้งานออกมาดี เสียงทุกเสียงที่คุณได้ยินคือเสียงที่พวกเราเลือกกันมาอย่างดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นยุค 2540 หรือ 2560 ทุกอย่างมีดีเทลหมด

เพื่อน.. ที่ระลึก ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์

#เพื่อนที่ระลึก
#ThePromise

0 Likes